เทคนิค ซ่อมบำรุง บ้านสุดรัก แบบประหยัดเว่อร์ ๆ เวลาที่บ้านชำรุดทรุดโทรม เราก็มักจะหาวิธีซ่อมบำรุงด้วยตัวเองในเบื้องต้นก่อน หรือไม่ก็หาช่างฝีมือดีมาช่วยจัดการปัญหาทั้งหลายให้หมดไป ซึ่งก็ต้องเสียทั้งเวลาและเงินในการบำรุงซ่อมแซมไม่มากก็น้อย ทั้ง ๆ ที่บางทีจุดซ่อมแซมก็เป็นปัญหาที่เล็กนิดเดียว ดูแล้วไม่น่าจะต้องเสียเวลาจ้างช่างมาซ่อมเลยใช่ไหมคะ แต่ที่เป็นจำเป็นต้องจ้างช่าง ก็เพราะว่าเราไม่รู้วิธีซ่อมบำรุงจุดชำรุดเหล่านี้ด้วยตัวเอง

ถ้าอย่างนั้นเราลองมาดู 7 เทคนิคซ่อมบำรุงบ้านต่อไปนี้กันดีกว่า คราวหน้าถ้าเกิดจุดชำรุดในบ้านตรงบริเวณเหล่านี้ขึ้นมาอีก จะได้ลงมือซ่อมบำรุงบ้านด้วยตัวเองได้เลยทันที แถมประหยัดเงินในกระเป๋ากว่ากันมากเลยด้วย

1. ก๊อกน้ำหรือฝักบัวรั่ว

ก๊อกน้ำตามจุดต่าง ๆ ทั้งอ่างล้างหน้าในห้องน้ำ และอ่างล้างจานในห้องครัว รวมถึงฝักบัวที่พอใช้ไปนาน ๆ ก็เริ่มจะอุดตัน หรือรั่วบ้างตามสภาพการใช้งาน ก็ไม่จำเป็นต้องหาซื้อก๊อกมาเปลี่ยนใหม่ เพราะเพียงแค่หมุนหัวก๊อกหรือหัวฝักบัว และดึงเอาวงแหวนเล็ก ๆ ที่อยู่ด้านในออก ใส่วงแหวนอันใหม่เข้าไป ก็สามารถแก้ปัญหาก๊อกน้ำหรือฝักบัวรั่วได้แล้วค่ะ เพราะอาการรั่วของก๊อกน้ำและฝักบัวส่วนใหญ่ มักจะมีสาเหตุมาจากเจ้าวงแหวนเล็ก ๆ ที่มีหน้าที่ช่วยให้นอตแน่น ดันเกิดเปื่อยหรือขาดนี่เอง

2. ล้างฟิลเตอร์แอร์

ฟิลเตอร์ในเครื่องปรับอากาศ จะทำหน้าที่กรองอากาศ ซึ่งหากฟิลเตอร์แอร์มีแต่ฝุ่นเกาะจับหนาอยู่ตลอด ก็จะทำให้แอร์ทำงานหนักขึ้น หรือเปลืองไฟมากขึ้นนั่นเอง ดังนั้นการถอดล้างเพื่อทำความสะอาดฟิลเตอร์แอร์ จะสามารถช่วยประหยัดไฟให้คุณได้อีกมากโข นอกจากนี้ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของแอร์ให้ยาวนาน และทำความเย็นได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย

3. ทำความสะอาดรางน้ำฝน

ไม่ว่าบ้านคุณจะเป็นบ้าน 2 ชั้น หรือบ้านชั้นเดียว ก็ควรต้องเตรียมอุปกรณ์สำหรับทำความสะอาดรางน้ำฝนเอาไว้ให้พร้อม เนื่องจากหากรางน้ำฝนอุดตัน จะทำให้เกิดปัญหาน้ำฝนล้นรางลงมาเปื้อนผนังบ้าน หน้าต่าง และข้าวของที่วางไว้ในบริเวณนั้นให้เสียหาย หรือต้องเสียเงินซ่อมบำรุงกันใหม่ ดังนั้นทางที่ดีควรหมั่นเก็บกวาด ทำความสะอาดรางน้ำฝนให้เรียบร้อย จะปีนบันไดขึ้นไปแล้วใช้ไม้กวาดทำความสะอาด หรือจะใช้สายยางฉีดน้ำไล่สิ่งอุดตันก็ได้ค่ะ

4. ตรวจสอบเครื่องตรวจจับควัน

หากที่บ้านของคุณติดเครื่องตรวจจับควันไฟเอาไว้สำหรับเตือนภัยไฟไหม้ ก็ต้องหมั่นตรวจสอบการใช้งานอยู่เสมอ เพราะอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยเหล่านี้ มักจะทำงานได้ด้วยแบตเตอรี่ และส่วนมากก็จะมีอายุการใช้งานเพียงแค่ 2 ปีเท่านั้น ฉะนั้นจึงควรจดจำวันที่ติดตั้งเอาไว้ให้ดี หรือไม่ก็เขียนวันที่อย่างชัดเจนติดเอาไว้ในจุดที่สังเกตง่ายเพื่อกันลืม จะได้ปลอดภัยจากอุบัติเหตุไฟไหม้ ที่อาจเสียทรัพย์จนหมดบ้านได้

5. กำจัดรอยบุ๋มบนเฟอร์นิเจอร์ไม้

โต๊ะกาแฟที่เป็นไม้ หรือเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่มีอยู่ในบ้าน อาจเกิดการกระแทกจนเป็นรอยบุ๋มเอาได้ แนะนำให้กำจัดรอยบุ๋มด้วยการใช้ผ้าคอตตอนสำหรับเช็ดจาน ชุบน้ำให้ชุ่ม จากนั้นก็พับเป็นสี่เหลี่ยมเตรียมไว้ เสร็จแล้วก็ตั้งเตารีดระบบแห้งที่อุณหภูมิสูงสุด รอจนเตารีดร้อนแล้วก็นำผ้าชุบน้ำที่เตรียมไว้ มาประคบตรงรอยบุ๋ม และค่อย ๆ จับเตารีดอังบนผ้าประมาณ 2-3 วินาที และนำผ้าออก ใช้น้ำยาขัดเฟอร์นิเจอร์ไม้ขัดอีกครั้ง ทำซ้ำอย่างนี้เรื่อย ๆ จนกว่ารอบบุ๋มจะหายไป

6. แก้ปัญหาวอลเปเปอร์หลุดลอก

เวลาผ่านไปความสวยงามของบ้านก็เริ่มทรุดโทรมลง วอลเปเปอร์ที่เคยติดอยู่บนผนังอย่างสวยงาม ก็เกิดหลุดร่อนออกมาให้เห็นอย่างเด่นชัด ซึ่งวิธีแก้ปัญหานี้ก็แค่นำลูกกลิ้งขนาดเล็กสำหรับทากาว มาชุบกาวติดผนัง แล้วทาไปบริเวณผนังและแผ่นวอลเปเปอร์ที่หลุดล่อนออกมา จากนั้นก็แปะชิ้นส่วนวอลเปเปอร์กลับเข้าไปอย่างเดิมและรอให้แห้งเท่านี้เองจ้า

7. หยุดเสียงเอี๊ยดอ๊าดของบานประตู

ถ้าทุกครั้งที่บิดลูกบิดประตู แล้วต้องทนเสียวฟันเพราะเสียงเอี๊ยดอ๊าดที่ดังมาจากลูกบิด ก็ถึงเวลาต้องแก้ปัญหานี้แล้วล่ะ วิธีก็ไม่ยากค่ะ เพียงแค่ถอดลูกบิดประตูออกมาจากบานพับ แล้วขัดทำความสะอาดฝุ่น และสิ่งสกปรกต่าง ๆ ออกให้หมด จากนั้นก็นำปิโตรเลียมเจลมาทาที่ลูกบิดและบานพับให้ทั่ว ขั้นตอนสุดท้ายก็นำลูกบิดใส่กลับเข้าที่บานพับเหมือนเดิม เท่านี้ก็เรียบร้อย